Posted on

น้ำฝน กุลณัฐ พาลูกไปเที่ยวประเทศศรีลังกา ทริปนี้แม่แซ่บมาก

น้ำฝน กุลณัฐ

น้ำฝน กุลณัฐ ยกครอบครัวกันไปเที่ยวประเทศศรีลังกา ประเทศที่สวยงามทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติ ทริปนี้คุณแม่ก็โชว์หุ่นแซ่บใส่บิกินี่

น้ำฝน กุลณัฐ เลี้ยงลูกได้สบายๆ และเป็นสไตล์ฝรั่งมากๆเลี้ยงลูกสาวสุดที่รัก น้องทาเรีย แบบง่ายๆ เห็นคุณแม่กระเตงลูกสาวไปเที่ยวต่างประเทศตั้งแต่ยังไม่กี่เดือน และดูว่าลูกสาวจะชอบด้วย บวกกับคุณสามีของน้ำฝน ที่มีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็มักจะหาทริปพาภรรยาและลูกไปเที่ยวต่างประเทศกันเป็นประจำ

น้ำฝน กุลณัฐ

อย่างทริปล่าสุดที่ยกครอบครัวกันไปเที่ยวประเทศศรีลังกา ประเทศที่สวยงามทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติ น้ำฝนโพสต์ภาพบรรยากาศวิวสวยๆ ที่พาลูกไปเที่ยว มีทั้งไปชมไร่ชา และไปเที่ยวทะเล

และทริปนี้คุณแม่ก็โชว์หุ่นแซ่บใส่บิกินี่ เล่นกระดานโต้คลื่น หุ่นแม่ดีงาม เข้าที่เหมือนไม่เคยท้องมาก่อน สาวๆ เห็นแล้วยังอายเลย ทริปหรรษาของคุณแม่น้ำฝน ที่น่าตามรอยไปเที่ยวมากๆ ไม่ค่อยเห็นครอบครัวดาราไปเที่ยวแบบนี้นะ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

Posted on

อ๊อฟ ปองศักดิ์ ไม่ออกความเห็นปมรัก จบด้วยความเศร้าของ”เบน ชลาทิศ”

อ๊อฟ ปองศักดิ์ ไม่ออกความเห็นปมรักสามคน จบด้วยความเศร้าของ “เบน ชลาทิศ”

อ๊อฟ ปองศักดิ์ ล่าสุด มีโอกาสได้เจอที่มาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของ SIZZLER โดย อ๊อฟ เผยว่าได้ติดตามข่าวแต่ยังไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะเป็นเรื่องของครอบครัวและอีกฝ่ายสามารถจัดการได้ พร้อมอัปเดตเรื่องความรักกับ ไฮโซภูมิ ที่ตอนนี้ดูจะหวานและแฮปปี้มากขึ้นเรื่อยๆ

อ๊อฟ ปองศักดิ์

งานดีแล้วความรักตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

“แฮปปี้ดีครับ”

หลายคนมองว่าจะดันแฟนเข้าวงการไหม?

“ไม่หรอกครับ เขาอยู่ของเขา เขาก็มีกินไม่ต้องมานั่งทำงานแล้ว”

คือเราบังคับเขาไหมเรื่องนี้?

“คือเราก็คุยกัน อยากให้เขาได้ทำอะไรใหม่ๆ แปลกๆ บ้าง คือเขาก็เป็นเขา อยากให้เขาเป็นตัวเองด้วยเวลาออกกล้อง ด้วยการทำรายการของเราก็เหมือนกับเป็นการนำเสนอการไลฟ์สไตล์ของตัวเองเท่านั้นเอง แรกๆ เขาเขินมากครับ เราก็พยายามจะบอกเขาว่าควรชินได้แล้วนะ เธอมีแฟนเป็นบ้าแบบนี้ เธอต้องเริ่มชินได้แล้ว”

แต่พอมาอยู่ในสื่อเหมือนล่าสุดเขาโดนจับจ้อง โดนคอมเมนต์ เขาคิดมากไหม?

“เขาก็ส่งมาถามเหมือนกัน พยายามแคปทุกอย่างมาถาม อ๊อฟเห็นช่วงนั้นเขาซึมๆ เงียบไป แต่ก็มีบ้างแหละ เอาง่ายๆ เลยนะ คือ คนเป็นเกย์ทุกคนต่อให้เป็นคิงหรือควีน หรือเป็นรุกหรือรับมันก็สาวด้วยกันทั้งนั้นแหละ มันก็ต้องมีความนุ่มๆ นวลๆ นิ่มๆอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดคุณอยากให้แมนๆ ไปเลยมันก็ยากไง ไม่งั้นเขาก็เป็นผู้ชายไปแล้วสิ ไปชอบผู้หญิงไหม”

เขาอ่านคอมเมนท์ไหม?

“ตัวเขาเป็นคนชอบอ่าน ส่วนตัวอ๊อฟชินแล้วครับกับคอมเมนต์อะไรแบบนี้ เราจะเข้าใจว่า อะไรที่แก้ได้ อะไรที่เราแก้ไม่ได้ เราก็พยายามบอกเขาว่าถ้าเธอยังทำใจไม่ได้กับการอ่านก็ไม่ต้องเข้าไปอ่านนะ ถ้าเกิดอ่านแล้วเธอต้องทำความเข้าใจกับมันให้มากๆ เพราะว่าจริงๆ แล้ววิธีการเลี้ยงดูไม่เหมือนกันอยู่แล้ว เขาจะค่อนข้างลูกคุณหนูหน่อย เราเป็นคนกระโชกโฮกฮากไง มันเลยจะมีความต่างกันสุดขั้ว ซึ่งพอแฟนเราเขานิ่ง มีความนุ่มนวลหน่อย เจ้าสำอางนิดหนึ่ง ก็จะถูกมองว่าเป็นสาว เป็นเพื่อนสาวหรือเปล่า ไม่จ่ะ คอนเฟิร์มว่าเป็นผัวค่ะ”

เขานอยด์ไหม?

“เขาก็นอยด์นะ พอเราบอก เราอธิบายเขาเข้าใจในสิ่งที่เราพยายามจะบอก พยายามขอสอนเขา”

รู้สึกยังไงบ้างกับสังคมไทยยังไม่ก้าวผ่านเรื่องแบบนี้?

“เอาจริงๆ เขารับได้กันอยู่แล้วนะ แต่สิ่งที่คนเขาคอมเมนต์ อาจจะมาจากหนึ่งคือเขาอาจจะไม่ได้คิดก่อนพิมพ์หรือเปล่า ในมุมมองอ๊อฟนะ ก็อาจจะสนุกปากบ้าง มันก็คงเป็นเรื่องจริง เกย์ไม่ว่าจะรุกหรือรับมันก็สาวกันทั้งนั้นแหละ มันต้องมีความสาว มันอยู่ที่ว่าแต่ละคู่เขารับกันได้มากน้อยแค่ไหน บางทีพอเราเริ่มต้นคบกัน เราก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าคนที่เข้ามาเป็นแฟนเราเขาเป็นแบบไหน เราถึงจะรับได้ ซึ่งเราก็รับได้มาปีกว่าแล้ว ซึ่งมันก็โอเค อ๊อฟว่าให้เขาทำใจแหละ เพราะคนส่วนใหญ่เขาก็เป็นแบบนี้แหละ”

แต่ไม่ถึงขั้นมาบอกเราว่าไม่อยากทำแล้วช่องยูทูป?

“อ๊อฟก็ถามเขานะครับ ถ้าอึดอัดไม่ต้องทำก็ได้นะ แต่อ๊อฟก็ต้องดำเนินการทำต่อไปเรื่อยๆ เธอก็อาจจะไม่ได้อยู่เต็มตัวเข้ามาอยู่ในกล้องตลอดเวลา เขาก็บอกว่าภูมิอยู่ได้ ภูมิทำได้ ก็ต้องเป็นการให้ตัวเขาได้โตขึ้นอีกขั้นหนึ่งด้วย อ็อฟก็รู้สึกว่าโอเคจังเลย”

อันนี้เหมือนเป็นการซื้อใจเขาไหม ว่าเขารักเราเขาเลยมาอยู่ตรงนี้?

“ใช่ จริงๆ อ๊อฟว่าเขาไม่จำเป็นเลยนะในชีวิตเขาเลย เขาไม่จำเป็นต้องมาอยู่ตรงนี้ เขามีทุกอย่างที่มั่นคงอยู่แล้ว ไม่ต้องมานั่งเป็นขี้ปากใคร เขาคงอยากรู้ว่าโลกของเรามันเป็นยังไง พอได้มาสัมผัส เขาบอกว่าโลกของเรามันเหมือนอยู่ตรงโรงพยาบาลศรีธัญญาเลย (หัวเราะ)”

เขารับได้มากน้อยแค่ไหน?

“ก็รับได้มากขึ้นกว่าเมื่อก่อนครับ เขาอ่านเขาก็ทำความเข้าใจกับสิ่งที่เขาได้อ่านมากขึ้น”

ขออนุญาตถามเรื่องพี่เบน ชลาทิศ ล่าสุดได้ติดตามข่าวพี่เขาไหม?

“อ๊อฟก็แอบเห็นข่าวเหมือนกัน แต่อ๊อฟว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของเขา เพราะเอาจริงๆ ใครรัก ใครเลิก มันก็เป็นเรื่องปกติของเขา จะแต่งงานหรือไม่แต่งงาน เขาก็อยู่กันแบบนี้มาตั้งนานแล้ว มันเป็นความรักของเขา”

จากที่เคยร่วมงานเรารู้ไหมว่าเขามีกันสามคน?

“ก็รู้เพราะว่าปกติเราไปเราก็เห็นอยู่แล้ว เขาก็มา อ๊อฟว่าความรักมันเป็นเรื่องของหัวใจมากกว่าบางทีแบบถ้าเกิดเราคนสามคน คนสี่คน คนห้าคนเข้าใจกันอยู่ด้วยกันด้วยความเข้าใจและแบ่งสรรเวลาให้มันถูกต้องให้มันเท่าเทียมกัน อ๊อฟหมายถึงคู่อื่นๆ มันก็เป็นเรื่องปกติ การอยู่ด้วยกันสามคนความรักมันก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมด้วย คนบางคนเขาแบบโอเคกับการที่อยู่แบบนี้ได้”

อ๊อฟ ปองศักดิ์

ได้ส่งข้อความไปให้กำลังใจไหม?

“ไม่ได้ส่งข้อความไปให้กำลังใจเลยครับ เพราะว่าพี่เบนเขาโตมากแล้ว พี่เบนเขาโตกว่าอ๊อฟอีกเขาคงทำใจกับเรื่องแบบนี้ได้นานมากแล้ว”

ได้เจอกันบ้างไหม?

“เดี๋ยวก็ต้องเจอครับเพราะมีคอนเสิร์ต ส่วนใหญ่เวลาเจออ๊อฟก็จะไม่ถามเรื่องอะไรพวกนี้อยู่แล้ว เราก็แค่รู้สึกว่าเรื่องอันไหนที่เราจัดการได้ เขายังสามารถคอนโทลและควบคุมความรู้สึกตัวเองได้เราก็เป็นกำลังใจให้อยู่ห่างๆให้กันอยู่แล้ว”

เขาดูเฮิร์ตหนักไหม?

“เอาจริงๆ ตอนที่เจอล่าสุดก็ยังอยู่กันปกติ เราก็ยังเห็นปกติอยู่ เราก็ตกใจเหมือนกัน แต่เราก็ไม่กล้าถามหรอก เพราะว่าเอาจริงๆ แล้วเราก็ห่วงความรู้สึกด้วย เพราะว่าไม่รู้ว่าเป็นแผลสดหรือแผลเก่า”

เจอกันล่าสุดนานหรือยัง?

“2 เดือน”

กับเพื่อนร่วมงานก็ใช้ชีวิตปกติไม่ได้ปิดบัง?

“ปกติ ไม่ปิดบังเพราะจริงๆ ก็รู้กันอยู่แล้วตั้งแต่ขึ้นคอนเสิร์ตกันแรกอยู่แล้ว ปกติเวลาไปเราก็อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวน่ารักกันอยู่แล้ว”

ในมุมมองเราตอนแรกที่รู้จกใจไหม?

“ไม่ตกใจ ไม่รู้สึกเซอร์ไพรส์ เพราะว่าถ้าในมุมมองอ๊อฟนะ อ๊อฟมองว่าเป็นเหมือนความพึงพอใจของแต่ละคน มันก็เหมือนยังดีกว่าไปหาเศษหาเลยข้างนอก อันนี้คือในมุมของเรานะ เราโอเคถ้าเรารู้สึกว่าคุณขาดแล้วคุณหาใครมาเติมเต็มได้โดยที่ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆ แล้วอยู่กันแบบเข้าใจ อ๊อฟก็ว่ามันโอเค หมายถึงว่ามันก็วินๆ กันทั้งคู่อีกคนหนึ่งก็จะได้มีความสุขอีกคนหนึ่งก็จะได้มาเติมเต็มชีวิตให้ของกันและกัน”

พอมันเป็นข่าวเกิดขึ้นบางคนคอมเมนต์กันสนุกปากยิ่งเป็นการตอกย้ำความรักของเพศที่สาม?

“เข้าใจ ก็อย่างที่อ๊อฟบอกว่าสุดท้ายแล้วมันก็เป็นเรื่องปกติที่คนจะวิจารณ์จะมองเพศที่สามเป็นแบบนี้ มันไม่ผิดนะที่คนเขาจะมองกันแบบนี้ ตัวอ๊อฟเองบางทีคนว่าเราเป็นตุ๊ดเป็นกะเทย สาวมากไปเเปลงเพศไหม ผ่าเลยไหมละ คือบางทีเราก็รู้สึกเฮิร์ตเหมือนกัน แต่ก็โทษไม่ได้มันเกิดจากการกระทำของเรา เพราะฉะนั้นอ๊อฟจะบอกว่าการกระทำทุกอย่างมันส่งผลต่อกลุ่มกว้าง เพราะฉะนั้น คือเราก็แค่อย่าเหมารวม หมายถึงว่าถ้าจะด่าอะไรก็อย่าเหมารวม เพราะว่าจริงๆแล้วแต่ละคนมันก็ไม่เหมือนกัน …

Posted on

เจมส์ จิรายุ คบ “โฟม” เรื่องดราม่าไม่มีผลต่อความรัก ห่วงแฟนคลับถูกเหมารวมหมด

เจมส์ จิรายุ

เจมส์ จิรายุ คบ “โฟม”กระแสดราม่าต่างๆ ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับความสัมพันธ์ ห่วงแฟนคลับถูกมองเหมารวมไปในทางที่ไม่ดีหมด

เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข เปิดตัวว่ากำลังศึกษาดูใจกับสาวนอกวงการอย่าง โฟม มาสักพัก แต่ก็มีกระแสดราม่าเข้ามาให้ปวดหัวอยู่เรื่อยๆ สำหรับพระเอกหนุ่มอย่างทริปล่าสุดที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับแก๊งเพื่อนๆ แต่กลับถูกจับผิดถึงหญิงสาวในภาพ จนทำให้เจ้าตัวตัดสินใจโพสต์รูปแฟนสาว ทำเอาสยบดราม่าทุกสิ่งอย่างได้ดีทีเดียว

เจมส์ จิรายุ

งานนี้ เจมส์ จิรายุ มีโอกาสได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนให้ฟังว่า กระแสดราม่าต่างๆ ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับความสัมพันธ์ของคู่ตน เพราะก่อนหน้านี้เคยและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้มาก่อนแล้ว ห่วงก็แต่แฟนคลับที่รักกันจริงๆ เชื่อทุกคนเข้าใจและยินดีด้วย แต่เพียงเพราะคนจากบางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย จึงทำให้คำว่าแฟนคลับถูกมองเหมารวมไปในทางที่ไม่ดีหมด

ไปเที่ยวญี่ปุ่นดูหวานมาก ?
“ที่ญี่ปุ่นก็ไปพักผ่อนครับ เรียกว่าเราทำงานมาทั้งปี เริ่มตั้งแต่พี่แต้วก่อน จองกันมาเรียกว่าข้ามปี ก็ไปพักผ่อนกันครับ”

เป็นทริปคู่รัก พาไปเปิดตัวด้วย ?
“อย่าเรียกอย่างนั้นเลยครับ เราก็แค่ไปกับกลุ่มเพื่อน พอเราชวนหลายคนก็เริ่มมีกลุ่มใหญ่ขึ้น และไปเที่ยวด้วยกันแค่นั้นเองครับ”

ตอนนั้นทำไมถึงตัดสินใจพาเขาไปรู้จักกับเพื่อนเรา ?
“คือมันก็เป็นฟีลพักผ่อน พี่ๆ ทุกคนเราก็สนิทกันอยู่แล้ว ก็เลยไม่อะไรหรอก เราก็ไปเที่ยวด้วยกันปกติอยู่แล้วกับพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกคน”

จริงๆ โฟม มีโอกาสเจอเพื่อนๆ เราบ่อยไหม ?
“ก็ไม่ค่อยได้บ่อยครับ มีแค่ครั้งเดียวก่อนไป ได้เจอกันทานข้าวกันปกติ”

หลายคนมองว่าเป็นทริปที่ทำให้เราต้องเปิดตัว ?
“คงไม่ขนาดนั้นหรอกครับ คือผมเปิดตัวไปแล้ว จะให้ผมเปิดตัวอะไรอีกนักหนา แค่ลงรูปคู่ ลงรูปกับเพื่อนแค่นั้นเองครับ”

หรือเพราะก่อนหน้านี้มีกระแสว่า คบกันมาขนาดนี้แล้วทำไมไม่เปิดตัว เหมือนไม่ให้เกียรติฝ่ายหญิง ?
“คือไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ เราก็ใช้ชีวิตปกติของเราไป เราก็ได้เห็นผ่านๆ บ้าง ได้อ่านบ้าง แต่เราไม่ได้อ่านเยอะขนาดนั้น และพอประจวบเหมาะกับถ่ายรูปกลุ่ม ก็ไม่เป็นไร ลงได้ เราก็บอกทุกคนว่าลงได้ไม่เป็นไร ไม่ได้ซีเรียสอะไรขนาดนั้น”

อย่างที่มีภาพโป๊ะแตกออกมาก่อนแล้วก็ถูกวิจารณ์ ดราม่าเยอะ เพื่อนๆ โดนแรงเหมือนกัน ?
“พี่เขาก็ถามบอกว่าเราเป็นไง แต่ผมก็บอกไป ผมกลัวพี่ๆ จะโดน คือผมก็ชิลๆ อยู่แล้ว ไม่มีอะไร สบายๆ”

สงสารคนในแก๊งไหมโดนกันไปหมด ?
“ก็เห็นทุกๆ คนเขาโดนสัมภาษณ์บ้าง ก็ได้ไปถามพี่ๆ เขาแล้ว ไม่เป็นไร เขาโอเค”

ตอนแรกเราได้บอกไว้ไหมว่าห้ามถ่าย หรือมีภาพหลุดอะไรออกไป ?
“ก็ไม่มีครับ คือเราก็บอกให้เขาฟังตั้งแต่แรกแล้ว เราไม่อยากไปแล้วยิ่งทำให้ทุกคนต้องลำบากใจ มันก็จะไม่สนุก บางทีเราไปเที่ยวเราต้องการพักผ่อน เราไม่ได้ต้องการจะวางระบบระเบียบอะไรที่มันชัดเจน หรือกักขังชีวิตตัวเองเพื่อไม่ให้มีความสุข ก็ไม่ทำดีกว่า”

หรือเพราะเกิดประเด็นดราม่า จึงทำให้เราตัดสินใจลงรูปกลุ่มที่มีเขาด้วย ?
“ผมไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นหรอกครับ คือเราก็แค่บอกว่าถ่ายรูปกลุ่มกัน เพราะเราก็แต่งตัวคล้ายๆ กัน เป็นธีมเดียวกัน เดี๋ยวถ่ายรูปและลงอินสตาแกรมดีกว่า คือผมไม่ได้รู้มากว่ากระแสจริงๆ มันคืออะไร”

ฟีดแบคพอลงรูปกลุ่มลงไปเป็นยังไงบ้าง ?
“บอกไม่ได้เหมือนกันครับ (หัวเราะ) ไม่รู้ว่าจริงๆ คนรู้สึกยังไง คือตัวผมก็แคร์แฟนคลับส่วนใหญ่ด้วยนะครับ บางกลุ่มอาจจะโดนว่าแบบเหมารวมบ้าง”

เห็นเราลงแคปชั่นส่อแววดราม่า จนหลายคนมองว่าเป็นการตัดพ้อถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ?
“ผมก็ลงอะไรปัญญาอ่อนไปเรื่อยตามที่ผมคิดครับ (ยิ้ม) แต่ไม่ได้มีการตัดพ้อเลย เพราะตอนที่ผมไปหน้าที่ของผมคือเปิดไอจีและลงรูปอย่างเดียว นอกนั้นคือเราใช้ชีวิตโดยที่ไม่มีโซเชียล เพราะผมเวลาที่อยากพักผ่อน ก็คืออยากพักผ่อนจริงๆ”

ตอนนี้ตัวโฟมโอเคกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้นไหม หรือชินไปแล้ว ?
“ผมว่าก็ต้องชินนะครับ ด้วยระยะเวลาที่ผ่านไป เขาก็น่าจะเข้าใจมากยิ่งขึ้น และอยู่ตรงนี้ได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นครับ”

ให้กำลังใจเขายังไงบ้าง ?
“เราก็บอกให้เขาฟังแต่แรกแล้วว่ามันจะเป็นอะไร ประมาณไหน จะได้มีความเข้าใจกันไว้”

ทุกครั้งที่ลงรูปคือคิดมาดีแล้วว่าตั้งใจที่จะทำแบบนั้น ?
“คือผมก็ตั้งใจแค่ว่า ผมจะลงรูปกลุ่ม ผมไม่ได้แบบว่าจะแบบ อื้อหือ ลงรูปคู่หวานหยดเยิ้มอะไรขนานนั้น รูปคู่ผมก็คิดไว้ ผมก็อยากจะเอาไว้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่ว่าเรื่องลงรูปกลุ่ม ลงรูปเพื่อนๆ ผมไม่ได้คิดอะไร ก็ลงได้ไม่มีปัญหา”

คิดจะเปิดตัวมากขึ้นไหม หรือจะเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัว ?
“ผมว่ามันก็เท่านี้แหละครับ ผมรู้สึกว่าเท่านี้มันก็เยอะละ เราก็น่าจะพอใจกับสิ่งที่เราทำตรงนี้”

จะทำอะไรยังไง คนก็จับตามองเรื่องนี้ ?
“ขอบคุณที่ติดตามผมครับ (หัวเราะ)”

จะได้เห็นรูปคู่ไหม ?
“คงไม่หรอกครับ คงไม่มี”

กระแสต่างๆ มีผลกับความสัมพันธ์เราไหม ?
“ไม่ได้มีผลกับความสัมพันธ์หรืออะไรทั้งสิ้นครับ แต่ว่ามันจะมีผลต่อคนที่ชื่นชอบผมมากกว่า หลังๆ ผมก็เห็นมาบ้างที่เขาบอกว่า แฟนคลับจะหวงอะไรนักหนา แต่ว่าแฟนคลับผมจริงๆ น่ารักมากครับ เขาน่ารักมาก แล้วเขาก็ไม่ได้ทำอะไร อาจจะเป็นแค่คนบ้างกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย”

แต่พอเราลงรูปรวมคนก็ชื่นชมเราเหมือนกัน ว่าเราแมนกล้าเปิดตัวยอมรับ รู้สึกยังไงบ้าง

Posted on

เอ๋ พรทิพย์ คุณแม่สายฮา แซวสายตา “น้องเภา” ลูกชายคนเล็ก

เอ๋ พรทิพย์ คุณแม่มาสายฮาอีกแล้ว มีการแซวสายตาลูกชายคนเล็ก น้องเภา

เอ๋ พรทิพย์ และสามี ป๋อ ณัฐวุฒิ ครอบครัวเฮฮา บ้านสกิดใจมีเรื่องราวน่ารักมาเล่าให้แฟนๆ ได้ยิ้มตามไปด้วยเสมอ และภาพความอบอุ่นของครอบครัวนี้ พ่อแม่ลูกทั้งสอง น้องภู น้องเภา ที่มีกิจกรรมมาทำด้วยกันตลอด เป็นบ้านที่ไม่เคยเงียบเหงาจริงๆ

เอ๋ พรทิพย์

อย่างล่าสุดที่บ้านก็มีการไหว้ตรุษจีน ลูกๆ ก็มีส่วนร่วมกับแม่ด้วย แม่เอ๋ลงรูปลูกชายคนเล็ก น้องเภา กำลังยืนไหว้อย่างตั้งใจ แต่แคปชั่นแม่เอ๋นี่สิ บอกเลยว่าคุณแม่มาสายฮาอีกแล้ว มีการแซวลูกชาย ลงโซเชียลว่า

“ขณะที่เมื่อวานตี๋น้อยไหว้เจ้านั้น สายตาได้มีการระแวดระวังเป็ดไก่บนโต๊ะเป็นระยะ #paoskidjai”

เอ็นดูโอปป้าน้อยของแม่เอ๋จริงๆ ลูก ยิ่งโตก็ยิ่งน่ารัก

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

Posted on

ดีเจต้น เล่นใหญ่ ไม่เหมือนใครขอ “ใหม่” แต่งงาน”เป็นเจ้าสาวให้เราได้ไหม?”

ดีเจต้น

ดีเจต้น เล่นใหญ่ได้ใช้ช่องทางอินสตาแกรมของตัวเอง ขอ “ใหม่ สุคนธวา” แต่งงาน “เป็นเจ้าสาวให้เราได้ไหม?”

ดีเจต้น สรพงษ์ จิตต์สุนทร ไม่เคยมีคำว่าธรรมดาจริงๆ หนุ่มอารมณ์ดีผู้กุมหัวใจของเซ็กซี่สตาร์แถวหน้า ใหม่-สุคนธวา เกิดนิมิตร ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้ถือโอกาสดีในเดือนแห่งความรัก โพสต์ข้อความประกาศให้แฟนๆ ในโลกโซเชียลได้ทราบโดยทั่วกันว่า พร้อมแล้วสำหรับการเปลี่ยนสถานะ “คนรัก” ให้กลายเป็นคำว่า “คู่ชีวิต

ดีเจต้น

ซึ่งงานนี้ดีเจต้นได้ใช้ช่องทางอินสตาแกรมของตัวเอง ในการเขียนความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในหัวใจเพื่อมอบให้สาวใหม่แทนความจริงใจที่มีให้ โดยเจ้าตัวได้ระบุใจความเอาไว้ว่า

“ผมว่ามันถึงเวลาแล้ว เราทั้งคู่เรียนรู้กันมาสักพักแล้ว ตอนนี้หัวใจเรารู้ดีว่าเราสองคนแบบยังไง มีหลายเรื่องเข้ามาให้เราทั้งคู่ได้ทบทวนมามากมายแล้ว ผมตัดสินใจแล้วว่าผมอยากใช้ชีวิตที่เหลือกับผู้หญิงคนนี้”

“เราโตพอที่เราจะตัดสินอะไรบางอย่างด้วยตัวเราเอง วันนี้บอกเป็นแบบคร่าวๆ ปีนี้เราจะมีข่าวดีในช่วงปลายปี ทุกคนที่เป็นคนที่เรารักและรักเราได้เจอกัน”

“หลังจากนี้มีอะไรให้ทำอีกมากมาย เรียงลำดับทำไปเรื่อยๆ ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ส่งให้ผม สำหรับทุกคนกับรักของผมและว่าที่เจ้าสาวของผม”

“ตอนนี้ยังไม่ได้คุกเข่าอย่างเป็นทาง แจ้งผ่านตรงนี้เลยว่า เป็นเจ้าสาวให้เราได้ไหม เราคิดว่าเธอเหมาะสมและคู่ควรที่สุด ถ้าพร้อมแล้วแต่งหน้าสวยๆ รอทุกวันได้เลย”

“การขอแต่งงานครั้งนี้ของผมจะสุดกว่าทุกครั้งที่ทำเซอร์ไพรส์ แต่งหน้าสวยๆ นะ แล้วเจอกันว่าที่เจ้าสาว พร้อมไหมเป็นภรรยาเรานะ แต่งงาน เรื่องเบิกบานของหัวใจ”

พอได้มาเห็นความตั้งใจและความรักอันบริสุทธิ์ที่หนุ่มต้นมีให้กับสาวใหม่แบบนี้แล้ว เชื่อว่าหลังจากนี้แฟนๆ คงต้องรอชมซีนเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานสุดอลังการตามที่เจ้าตัวได้เกริ่นเอาไว้อย่างแน่นอน

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

Posted on

ไอซ์ อภิษฎา ฝึกตาปรือ จือปาก เปลี่ยนจากเซ็กซี่สตาร์เป็นสาวสายแบ๊ว

ไอซ์ อภิษฎา ถ่ายรูปในสไตล์สาวแบ๊วๆ ไม่ว่าจะเป็นการจือปาก ทำตาปรือสวยสะกดจิต ไม่แพ้การโพสท่าเซ็กซี่

ไอซ์ อภิษฎา เครือคงคา ขึ้นแท่นเป็นเซ็กซี่สตาร์ตัวแม่ของวงการบันเทิงไทย ที่ไม่ว่าจะใส่ชุดไหน หรือโพสท่าอะไร ก็ดูจะแซ่บไปหมด จนกลายเป็นขวัญใจของใครหลายคน

ไอซ์ อภิษฎา

แต่ล่าสุดดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ซะแล้ว เมื่อเจ้าตัวได้สลัดลุคสาวเซ็กซี่ ถูกช่างหน้า ช่างผม แปลงโฉมเป็นสาวสายแบ๊วที่เห็นแล้วก็ตกหลุมรักได้ไม่ต่างกัน แต่งานนี้เมื่อสาวไอซ์ถูกสั่งให้โพสท่าถ่ายรูปแนวแบ๊วๆ น่ารักๆ ก็ทำเอาคนรอบข้างถึงกลับฮากันเป็นแถว

โดย ไอซ์ อภิษฎา ได้ลงคลิปในไอจีสตอรี่ ถึงทุกเคล็ดลับการถ่ายรูปในสไตล์สาวแบ๊วๆ ไม่ว่าจะเป็นการจือปาก ทำตาปรือ หรือแม้แต่ทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ เพื่อให้ได้รูปที่สวยที่สุด ซึ่งเธอก็ทำได้หมด และถึงแม้คนที่เห็นเบื้องหลังจะขำกันแบบสุดๆ แต่ภาพที่ได้ออกมาเชื่อเลยว่าสวยสะกดจิต ไม่แพ้การโพสท่าเซ็กซี่แน่ๆ จ้า

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

Posted on

ส่องทริปเที่ยวญี่ปุ่น “อั้ม-ไฮโซพก”ไม่ได้ไปสองคนแต่หวานมากเรียกที่รักได้เต็มปาก

ส่องทริปเที่ยวญี่ปุ่น

ส่องทริปเที่ยวญี่ปุ่น อั้ม พัชราภา ไฮโซพก แม้จะไปกันหลายคน แต่ก็ไม่ลืมที่จะโชว์ความสวีท ตามประสาคู่รักเรียก “ที่รัก” ได้เต็มปาก

ส่องทริปเที่ยวญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งทริปของคนดัง ที่หลายคนจับตามองอย่างมาก สำหรับการเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ของซุปตาร์ตัวแม่ อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ ที่คราวนี้เธอได้ยกโขยงกลุ่มเพื่อนไปสัมผัสอากาศหนาว เล่นสกี กับหิมะขาวฟู และไม่ลืมที่จะควงหวานใจอย่าง ไฮโซพก-ประธานวงศ์ พรประภา ไปด้วย

ส่องทริปเที่ยวญี่ปุ่น

งานนี้เริ่มต้นทริปด้วยการเดินทางแบบหรูหรากับการบินข้ามน้ำข้ามทะเลในชั้นเฟิร์สคลาส เมื่อไปถึงญี่ปุ่น ไฮโซพกก็ได้ทำหน้าที่ขับรถนำเที่ยวให้นักแสดงคนดัง เห็นได้จากภาพใน IG Story ของอั้ม ที่ลงไว้ให้คนดูได้ฟิน

พร้อมกันนี้ยังมีช็อตที่ทั้งคู่ได้นั่งรถไฟ และทานข้าวกล่องเบนโตะ โดยไฮโซพก ได้ถ่ายวิดีโออาหารของนางเอกดัง ที่เป็นข้าวผัดซอสมะเขือเทศ พร้อมกับแซวว่า เป็นอาหารเด็ก ซึ่งอั้ม ก็ได้ตอบกลับมาว่า อย่างกับตัวเองไม่เด็ก อีกต่างหาก

นอกจากนี้ยังมีภาพหวาน ที่หลายคนตั้งข้อสงสัย ว่าเป็นการจับมือของ อั้ม และไฮโซพกหรือไม่ โดยเป็นภาพมือสวยๆ ที่กุมมือคนที่อยู่เคียงข้างนั่นเอง

และยังมีเหตุการณ์ที่ชวนให้ยิ้มหนักขึ้นไปอีก เมื่อไฮโซพก ได้ถ่าย IG Story หวานใจ พร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ ว่า “ที่รักจะรีบไปไหน” ขณะที่อั้ม พัชราภา เดินนำหน้า นับเป็นสรรพนามที่ใช้เรียกกันอย่างหวานแหววจริงๆ

เรียกได้ว่าเป็นทริปหวานๆ หลังจากเปิดตัวเลยก็ว่าได้ แม้จะไปกันหลายคน แต่ก็ไม่ลืมที่จะโชว์ความสวีท ตามประสาคู่รัก ให้แฟนๆ ได้ฟิน เห็นแล้วอยากให้มีข่าวดีไวๆ เลยค่ะ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

Posted on

น้ำใสBNK48 รับผิดทั้งหมด ประเด็นสวมเสื้อ”โปรดเตือนให้หนูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น”

น้ำใสBNK48

น้ำใสBNK48 ได้โพสต์ข้อความขอโทษอีกครั้ง ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว รับผิดทั้งหมด ประเด็นสวมเสื้อนาซี โปรดตักเตือนให้หนูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

น้ำใสBNK48 หรือ  น้ำใส พิชญาภา นาถา หลังจากมีประเด็นดราม่าไอดอลสาววง BNK48 ใส่เสื้อที่มีสัญลักษณ์ธงชาติจักรวรรดิไรค์ที่สาม แห่งนาซีเยอรมนี จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงความไม่เหมาะสม ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ออกมาขอโทษทั้งน้ำตา ขณะขึ้นเวที BNK48 Space Mission Concert ไปแล้วนั้น

น้ำใสBNK48

ล่าสุดนี้ น้ำใส BNK48 ได้โพสต์ข้อความขอโทษอีกครั้ง ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว โดยเธอได้โพสต์ภาพข้อความร่ายยาว พร้อมกับเขียนข้อความบรรยายว่า

“สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หนูรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก ทุกสิ่งเกิดขึ้นมาจากความผิดพลาดของหนูเอง ขอน้อมรับความผิดพลาดทั้งหมดที่เกิดขึ้นค่ะ บนโลกใบนี้มีสิ่งต่างๆ ที่หนูจะต้องเรียนรู้อีกมากมาย โปรดให้คำชี้แนะและตักเตือน เพื่อให้หนูได้โตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้า”

“หนูไม่อาจกลับไปแก้ไขความผิดพลาดนั้นได้ แต่หนูสัญญาว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก โปรดให้อภัยหนูด้วยนะคะ”

หลังจากที่เจ้าตัวได้โพสต์ข้อความดังกล่าวลงไปในอินสตาแกรม แฟนคลับของเธอก็ได้เข้ามาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก พร้อมกับบอกให้เธอสู้ๆ กับเหตุการณ์ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในตอนนี้

นอกจากนี้ยังมีบางส่วนของความคิดเห็น ที่บอกว่า ผู้ดูแลศิลปิน ควรมีความรอบคอบมากกว่านี้ ตรวจเช็คความเรียบร้อยของศิลปินให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดราม่าอื่นๆ อีก

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

Posted on

นุสบา โพสต์ดีใจที่สุดในชีวิต “น้องปุณณ์” ลูกชายคนโต สอบติดหมอ

นุสบา

นุสบา เก็บความดีใจไว้ไม่อยู่ ขอโพสต์บรรยายความรู้สึกของคนเป็นแม่”น้องปุณณ์”ลูกชายสอบติดเข้าหมอตามความฝัน

นุสบา ปุณณกันต์ มีแต่เรื่องน่ายินดีและภูมิใจมาให้แม่เสมอจริงๆน้องปุณณ์ ลูกชายคนโตของนอกจากจะเป็นเด็กดี มีผลการเรียนดีมาตลอดแล้ว ล่าสุดแม่นุสถึงกับเก็บความดีใจไว้ไม่อยู่ ขอโพสต์บรรยายความรู้สึกของคนเป็นแม่ ที่ทราบข่าวว่าลูกชายสอบติดเข้าหมอได้สำเร็จตามความฝัน

นุสบา

“วันนี้…แม่ไม่รู้ว่าจะมีคำพูดใดที่จะบรรยายความรู้สึกดีใจที่สุดในชีวิต ในห้วงเวลาของความอดทน ตรากตรำร่ำเรียน มานะ อดทน ทุ่มเทเพื่อความฝันที่ลูกเลือกเอง ลูกของแม่สอบเข้าหมอได้สำเร็จตามความใฝ่ฝันของลูก ยินดีด้วยครับลูกรัก #นักเรียนแพทย์ #คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี-วิทยาลัยวิทยาศาตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ #ภาคอินเตอร์”

ว่าที่คุณหมอในอนาคตทั้งหล่อทั้งเก่งแบบนี้ แถมตอนนี้เป็นหนุ่มหล่อเต็มตัว อายุ 18 ปีแล้วด้วย สะใภ้นโนของน้องปุณณ์ต้องมีสมาชิกเพิ่มขึ้นไปอีกแน่ๆ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

Posted on

นุ่น วรนุช ตัดสินใจไม่ผิด คิวเต็มตลอดทั้งปี จนคนยกให้เป็นผู้นำฟรีแลนซ์

นุ่น วรนุช

นุ่น วรนุช ตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ ที่ผันตัวมาเป็นนักแสดงอิสระ คิวเต็มตลอดทั้งปี จนคนยกให้เป็นผู้นำฟรีแลนซ์

นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี ออกปากบอกเองเลยว่า ตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ ที่ผันตัวมาเป็นนักแสดงอิสระ สามารถร่วมงานได้กับทุกช่อง และทุกค่าย โดยไม่มีขอบเขตมาจำกัด เพราะล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเผยให้ฟังว่า ปีนี้คิวงานที่เธอวางไว้เต็มตลอดทั้งปีแล้ว ต้องขอโทษที่ปฏิเสธใครไป พร้อมบอกอย่างอารมณ์ดีว่า เธอถูกยกให้เป็นผู้นำฟรีแลนซ์ ซึ่งกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ก็ต้องผ่านการคิด การไตร่ตรองอย่างดีที่สุดเหมือนกัน

นุ่น วรนุช

“ออกงานไปทั่วเลยอะช่วงนี้ บางเรื่องก็รับไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็อยากจะให้ติดตามกัน แล้วก็ดีใจที่ได้กลับไปช่อง 7 เพราะว่าประมาณ 6-7 ปีแล้วที่ไม่ได้กลับไปเล่น บทก็สนุกมากเลยตั้งแต่ตอนอ่าน ยังไงต้องเล่น อีกอย่างก็อยากกลับไปด้วย เพราะแฟนๆ ไม่ว่าจะเห็นเราที่ไหนก็อยากเห็นเราที่หน้าจอช่อง 7 ด้วย”

ถือว่าประสบความสำเร็จในฐานะนักแสดงอิสระไหม ?
“เขาบอกว่าเราเป็นผู้นำฟรีแลนซ์ (หัวเราะ) จริงๆ แล้วการเป็นฟรีแลนซ์สำหรับนุ่น นุ่นแฮปปี้มาก เพราะนุ่นอยากมีโอกาสเล่นอะไรที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น อย่าง พี่เคน ช่อง 3 เราก็ไม่เคยได้ร่วมงาน แต่วันหนึ่งก็มีโอกาส ซึ่งเขาเป็นนักแสดงที่เก่ง เราเลยอยากร่วมงานแล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ อย่างล่าสุดก็ไปเจอพี่แอนดริว มันก็เป็นอะไรที่ทำให้เราอยากทำงาน อยากให้มีงานดีๆ มาให้ชมกัน”

เรียกว่าเราตัดสินใจไม่ผิดในการเป็นนักแสดงอิสระ ?
“กว่านุ่นจะตัดสินใจทำอะไร นุ่นค่อนข้างคิดและไตร่ตรองอย่างดีที่สุด เพราะไม่อยากให้ทุกก้าวของชีวิตต้องพลาด เพราะฉะนั้นทุกก้าวจะทำให้มั่นคงตลอด”

พอใจกับบทใหม่ๆ ที่ได้เล่นหรือยัง ?
“ก็แปลกใหม่มากขึ้น ด้วยอายุที่มากขึ้น ก็มีแปลกใหม่เข้ามาเรื่อยๆ บทละครยุคนี้ก็หลากหลายมากขึ้น ปีนี้วงการละครก็แข่งขันกันอย่างสนุก”

เห็นในไอจีบอกเปิดรับงานปีหน้าแล้ว ?
“ปีนี้เต็มแล้วค่ะ ต้องขอโทษอีกหลายๆ ที่ คือมันเต็มแล้ว แต่คิวงานต่างๆ ก็จะไม่ได้ยุ่งกับ เสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นวันของครอบครัว สามารถจัดสรรเวลาได้ดีค่ะ”

สามีบ่นไหม ทำงานเยอะ ?
“ปีที่แล้วเราอยู่บ้านเยอะ ปีนี้มันถึงช่วงจังหวะแล้วก็เป็นโอกาสดีๆ ที่ได้ทำ ซึ่งที่เราทำงานเยอะเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาโอเค เราอยากทำอะไรก็แล้วแต่เรา แต่เวลาทำงานก็ต้องคำนึงถึงเขาด้วย อย่างที่บอก เสาร์-อาทิตย์ ไม่รับงานนะคะ”

เขาห้ามรับเลยไหม ?
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ความเสียดายของปีนี้คือไม่ค่อยได้ไปดูเขาแข่งรถ แค่นั้นเอง”

แล้วมีไปเที่ยวด้วยกันไหม ?
“มีเดือนหน้าค่ะ จัดสรรได้ดีมาก เดี๋ยวจะไปนอร์เวย์ก่อน เพราะเป็นคนชอบหิมะ ไปกับแก๊งผู้หญิงก่อนแล้วจะตามไปเจอแก๊งผู้ชายที่อิตาลี เป็นทริปประมาณ 10 วัน แล้วก็กลับมาทำงานต่อ”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com