Posted on

เปิดชีวิต นักแสดงรุ่นใหญ่ “ต้อม ณหทัย” ช้ำรักถึงขั้นหนีไปบวชชี

เปิดชีวิต

เปิดชีวิต นักแสดงรุ่นใหญ่ ต้อม ณหทัย หน้าจอเป็นนางร้ายปากแดง แต่ใครจะไปรู้ว่าจริงๆ แล้วเจ้าตัวเป็นคนธรรมะ

เปิดชีวิต นักแสดงรุ่นใหญ่ โลดเล่นอยู่ในวงการมาพักใหญ่สำหรับนางร้ายรุ่นใหญ่ ต้อม ณหทัย หน้าจอเป็นนางร้ายปากแดง แต่ใครจะไปรู้ว่าจริงๆ แล้วเจ้าตัวเป็นคนธรรมะ ล่าสุด เจ้าตัวมาเปิดใจผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง one31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์, หนิง ปณิตา และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร

เปิดชีวิต

 

เป็นนางร้ายมากี่เรื่องแล้ว?

ต้อม : “อย่าให้นับเลย อยู่ในวงการมาจะ 30 ปีแล้ว มันเยอะมากเราไม่ได้นับว่าเราเล่นร้ายมากี่เรื่อง แต่ถ้าเล่นเป็นนางเอกอะเรื่องเดียว คือเรื่องแรก เดือนดับที่สบทา สงสัยเราอาจจะไม่เหมาะกับนางเอกมั้ง พอได้มาเป็นนางร้ายก็ยาวเลย”

หลายคนชอบคิดว่านางร้ายกิน หรู เที่ยว ตลอด แต่พี่นี่มาสายธรรมะตลอด?

ต้อม : “ใช่ แต่ในมุมนี้คนไม่ค่อยรู้ ต้อมเป็นคนชอบปฏิบัติธรรม เป็นคนชอบทำบุญ เรียกว่าทำบุญทุกรูปแบบ ทำให้มันเป็นนิสัยในการให้ ไม่ว่าจะสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร นู้นนี่นั่นสาระพัด สุดท้ายชอบที่สุดคือการนั่งสมาธิ คือการปฏิบัติธรรมนั่นเองที่ทำมาตลอด”

เห็นบอกว่าปฏิบัติธรรมตั้งแต่อายุ 18 ปี?

ต้อม : “เริ่มจริงๆ เกือบ 19 นะ ที่ไปเจอธรรมะครั้งแรกก็เพราะว่าทุกข์ที่สุด”

อกหัก?

ต้อม : “จะเรียกว่าอกหักมั้ย ไม่อกหักสิ สายๆ อย่างเราจะอกหักได้ไง คือตอนอายุ 19 ก็เริ่มมีแฟนคนแรกก็รักกันมากมาย แต่ชีวิตตอนนั้นเหมือนกับว่าเราต้องเลือกทางเดิน เพราะว่าเราเริ่มเข้าวงการ ทีนี้แฟนอายุมากกว่าเราเป็น 10 ปี เขาไม่อยากให้เราเข้าวงการ

ซึ่งเขาเป็นนักธุรกิจธรรมดา ที่นี่พอมันเป็นรักแรกของเรา พอรักมากปุ๊บแล้วเขาไม่อยากให้เราเข้าวงการแต่เราเป็นเด็กนาฏศิลป์ ความใฝ่ฝันของเรามันคือเส้นทางบันเทิง ทีนี้เราเลยต้องเลือก ก็เลยเลือกที่จะเลิกกับเขา”

เสียใจมั้ย?

ต้อม : “โอ้โห จริงๆ แล้วการถูกทิ้งไม่เท่ากับเราทิ้งเขานะ เราบอกเลิกเขา พอบอกเลิกเขาเสร็จเราก็ไม่คิดว่าเราจะทุกข์ขนาดนี้ ในวันที่ไม่มีเขาจริงๆ เนี่ย แต่ด้วยศักดิ์ศรีมันค้ำคอเราอยู่ ในเมื่อเราทิ้งเขา จะกลับไปง้อเขามันก็ยังไงอยู่ มันทำไม่ได้ จำได้ว่าตอนนั้นห้างมาบุญครองเปิดใหม่ เราไปเดิน เพราะเรารู้สึกว่าอยู่คนเดียวไม่ได้

เพราะว่าจะคิดสั้นอะไรประมาณนี้ ก็เลยไปเดินห้างเพื่อให้มีผู้คน เดินก็ไม่ได้โฟกัสของเลย คือเดินร้องไห้ตั้งแต่ห้างมาบุญคลองเปิดจนเย็น เดินร้องไห้อย่างเดียว แล้วแว้บนึงก็คิดถึงวัดขึ้นมา เลยพุ่งไปวัดไปบวชชีพราหมณ์ตั้งแต่อายุประมาณ 19 ปี ทีนี้พอเราไปบวชปั๊บเขาก็สอนเราปฏิบัติเราก็ทำตามเขาแบบลอยไปเรื่อยๆ แต่พอจิตเรา สติเราอยู่ที่เท่าที่เท้าขวาย่างไปเราก็รู้ ซ้ายย่างไปเราก็รู้มัน”

“ความทุกข์มันหาย คือความทุกข์ที่เราแบกโลกมาทั้งโลกก่อนเข้าวัดมันหายไปเราก็เลยเริ่มรู้สึกถึงความมหัศจรรย์ในธรรมะว่ามันมีอยู่จริง แล้วพอนั่งสมาธิปุ๊บทีนี้ดีเลย จิตก็นิ่งมาก ทำให้เราแบบเข้าใจว่าจริงๆ แล้วสุขหรือทุกข์มันอยู่ที่วิธีคิดจริงๆ ก็เลยปฏิบัติธรรมมาเรื่อยจนถึงปัจจุบัน”

พี่ปฏิบัติธรรมด้วยแล้วแสดงด้วย?

ต้อม : “ค่ะเรื่องแสดงก็ต้องแยกแยะ เพราะเรามีสมาธิ เวลาเราไปแสดงเราก็เต็มที่ แต่ความที่เราทำไรแล้วมีสมาธิมันทำให้เราแยกแยะออกว่านี่คือหน้าที่ของเรา”

รู้สึกยังไงเวลาคนพูดเวลาปฏิบัติธรรมแล้วยังมาเล่นร้าย?

ต้อม : “ถ้าคุณไปปฏิบัติธรรมจริงๆ รับรองว่าคุณจะเปลี่ยนไป คุณจะมีความสุขมากขึ้นแน่นอน แล้วก็คุณจะเป็นคนที่ใจเย็นขึ้น มองโลกในแง่ดีขึ้นจะเข้าใจชีวิตมากขึ้น”

พี่ถึงขนาดเอาบ้านเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม?

ต้อม : “ใช่ มีวางโปรเจกต์ไว้คือพี่อะบ้านอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่มันก็ประมาณนึง สามารถที่จะจัดปฏิบัติธรรมได้เราก็จะจัดที่บ้านเราไม่ต้องไปจัดที่ไหนไกล ก็คือจัดทุกวันพระสุดท้ายของเดือนก็รอทำห้องน้ำเสร็จสมบูรณ์ก็จะจัดปฏิบัติธรรม”

มันส่งผลให้ลูกชายของพี่มีธรรมะพาไปด้วย?

ต้อม : “ใช่เขาก็จะดูแบบอย่างจากเรา ช่วงที่เราไปปฏิบัติบ่อยๆ เขาก็ถามเราไปปฏิบัติทำไมบ่อยๆ เราก็บอกเขาถ้าอยากรู้มันดียังไงลูกก็ลองไปปฏิบัติ”

พี่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวตั้งแต่เมื่อไหร่?

ต้อม : “ตั้งแต่เขาเกิด”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com